
RWA Enters a Major Turning Point as DTCC Launches a Tokenization with More 40 Global Partners
The Real-World Asset, or RWA Tokenization market, is entering another major turning point after DTCC, one of the core infrastructures
ตลาด Real-World Asset หรือ RWA Tokenization กำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้ง หลังจาก DTCC ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักของตลาดทุนสหรัฐฯ เริ่มดำเนินธุรกรรม Production Trades ด้วยหลักทรัพย์สหรัฐฯ ที่ถูก Tokenize และมีแผนเปิดโครงการ Tokenized Securities ในเดือนตุลาคม โดยมีสถาบันการเงินชั้นนำเกือบ 40 แห่งเข้าร่วมในช่วงเริ่มต้น
รายชื่อผู้เข้าร่วมที่ถูกกล่าวถึงประกอบด้วย BlackRock, Vanguard, JPMorgan, Goldman Sachs และผู้เล่นรายใหญ่อื่น ๆ ของ Wall Street ขณะที่สินทรัพย์ในโครงการครอบคลุมทั้งหุ้น กองทุน และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ข่าวนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวอีกหนึ่งโปรเจกต์ด้าน Blockchain แต่เป็นสัญญาณสำคัญว่าธุรกิจกกลุ่ม Tokenization กำลังเคลื่อนจากพื้นที่ทดลอง เข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงินจริง
DTCC ไม่ใช่ Startup ด้าน Blockchain หรือแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แต่เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังระบบ clearing, settlement และโครงสร้างข้อมูลหลักทรัพย์จำนวนมหาศาลของตลาดทุนในสหรัฐฯ
เมื่อองค์กรที่อยู่ในแกนกลางของตลาดทุนเริ่มนำ Tokenized Securities มาใช้กับธุรกรรมจริง ความหมายจึงแตกต่างจากการทำ Proof of Concept ทั่วไป เพราะนี่คือการทดสอบว่าเทคโนโลยี Tokenization สามารถทำงานร่วมกับระบบการเงินเดิมได้จริงหรือไม่
การทำ Production Trades ครั้งแรกด้วยหลักทรัพย์สหรัฐฯ ที่ถูก Tokenize แสดงให้เห็นว่า Blockchain กำลังถูกนำไปใช้กับ Workflow ที่มีอยู่แล้ว เช่น
• การบริหารหลักประกัน
• ธุรกรรมพันธบัตรรัฐบาล
• ธุรกรรมหุ้น
• Securities Lending
• Margin Management
• การโอนและการชำระราคาระหว่างสถาบัน
ในบริบทนี้ tokenization จึงไม่ใช่เรื่องของการสร้างสินทรัพย์ใหม่เพื่อการเก็งกำไร แต่เป็นการปรับปรุงวิธีที่สินทรัพย์เดิมถูกบันทึก เคลื่อนย้าย ตรวจสอบ และนำไปใช้ภายในระบบการเงิน
ในช่วงแรกของตลาด RWA หลายโครงการมุ่งเน้นไปที่การนำข้อมูลของสินทรัพย์มาแสดงบน Blockchain หรือสร้าง Token เพื่อเป็นตัวแทนของสินทรัพย์จริง
อย่างไรก็ตาม Tokenization ในระดับสถาบันต้องไปไกลกว่านั้น สินทรัพย์ที่ถูก Tokenize ต้องสามารถนำไปใช้ในกระบวนการทางการเงินจริง เช่น ใช้เป็นหลักประกัน โอนระหว่างผู้ดูแลสินทรัพย์ เชื่อมต่อกับสภาพคล่อง หรือรับชำระแบบอัตโนมัติภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
นี่คือเหตุผลที่ความร่วมมือระหว่าง DTCC และ Chainlink มีความน่าสนใจ เพราะสะท้อนให้เห็นว่าอนาคตของ RWA ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Blockchain เพียงเครือข่ายเดียว แต่ต้องอาศัย Infrastructure ที่ช่วยเชื่อมข้อมูล สินทรัพย์ ระบบการเงินเดิม และหลายเครือข่ายที่มีมาตรฐานเข้าด้วยกัน
เมื่อ Tokenized Asset สามารถเคลื่อนย้ายและถูกนำไปใช้ในหลาย Workflow ได้อย่างปลอดภัย มูลค่าของ Tokenization จะไม่ได้มาจากการมี Token อยู่บนเชนเท่านั้น แต่มาจากความสามารถของสินทรัพย์นั้นในการทำงานได้ตลอดทั้ง lifecycle
การที่ JPMorgan, Goldman Sachs, BlackRock, Vanguard และผู้เล่นรายใหญ่เริ่มเข้าร่วมโครงการ Tokenization ไม่ได้หมายความว่าตลาดทุนแบบเดิมจะถูกแทนที่ในทันที
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมีลักษณะเป็นการนำ Blockchain เข้าไปเสริมระบบการเงินเดิมทีละส่วน โดยเริ่มจากพื้นที่ที่สามารถสร้างประสิทธิภาพได้ชัดเจน เช่น การลดขั้นตอนของ Settlement การลดการกระทบยอดข้อมูลระหว่างหลายฝ่าย การบริหารหลักประกันแบบ Real-time และการทำให้สินทรัพย์สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
ในระยะยาว ระบบการเงินอาจไม่ได้แบ่งออกเป็น “Traditional Finance” และ “On-chain Finance” อย่างชัดเจนเหมือนในปัจจุบัน แต่จะค่อย ๆ เชื้อมเข้าหากันผ่าน Infrastructure ที่ทำให้สถาบันสามารถใช้ประโยชน์จาก Blockchain ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยยังคงปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานเดิม
นี่คือสิ่งที่ทำให้ RWA มีแนวโน้มอยู่ได้ในระยะยาว เพราะการเติบโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสของตลาดคริปโตเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับความต้องการปรับปรุงระบบการเงินที่มีมูลค่าธุรกรรมจริงอยู่แล้ว
ในช่วงที่ผ่านมา การแข่งขันในตลาด RWA มักถูกวัดจากจำนวนสินทรัพย์ที่ถูก Tokenize หรือมูลค่าของสินทรัพย์ที่ถูกนำขึ้น On-chain
แต่เมื่อผู้เล่นระดับสถาบันเข้ามามากขึ้น ปัจจัยที่จะชี้วัดความสำเร็จอาจเปลี่ยนไปเป็นเรื่องของ Infrastructure ได้แก่
• ระบบการออกและบริหารสินทรัพย์
• การยืนยันตัวตนและสิทธิของผู้ถือ
• Compliance และการควบคุมการโอน
• การเชื่อมต่อข้อมูลจากโลกจริง
• Cross-chain Interoperability
• การบริหารสินทรัพย์และผู้ถือครองตลอดวงจรชีวิต
• การเชื่อมต่อกับระบบ Settlement, Custody และตลาดรอง
สถาบันไม่ได้ต้องการเพียง Token แต่ต้องการระบบที่สามารถรองรับสินทรัพย์จริง ภาระทางกฎหมาย และธุรกรรมในระดับธุรกิจได้ครบถ้วน
สำหรับ SIX Network การเคลื่อนไหวของ DTCC เป็นการยืนยันแนวทางที่ตลาดกำลังเดินไป คือ RWA จะไม่ได้จบอยู่ที่การออก Token แต่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้สินทรัพย์สามารถถูกนำไปใช้งานจริง
บทบาทของ SIX Network จึงไม่ใช่เพียงการเป็น Blockchain สำหรับบันทึกธุรกรรม แต่คือการพัฒนาองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการนำสินทรัพย์จริงเข้าสู่ระบบดิจิทัล ตั้งแต่การออกและบริหาร Token การจัดการสิทธิและข้อมูลของผู้ถือ การเชื่อมต่อกับ Use Case ภายนอก ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ที่องค์กรและผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงได้
ทิศทางการเตรียม Infrastructure สำหรับตลาดระยะต่อไปควรให้ความสำคัญกับ 4 ด้านหลัก
1. Institutional-ready Tokenization
ระบบต้องรองรับสินทรัพย์ที่มีเงื่อนไขซับซ้อนได้ ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดผู้ถือ การกำหนดสิทธิ การควบคุมการโอน และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมาย ของแต่ละตลาด
2. Asset Lifecycle Management
Tokenization ไม่ควรจบที่วันออก Token แต่ต้องรองรับการบริหารข้อมูล การแจกจ่ายสิทธิประโยชน์ การโอน การไถ่ถอน การรายงาน จนตลอดถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตลอดอายุของสินทรัพย์
3. Interoperability และการเชื่อมต่อระบบเดิม
สินทรัพย์ของสถาบันจะไม่ได้อยู่บนระบบเดียวทั้งหมด Infrastructure จึงต้องสามารถเชื่อมต่อหลายเครือข่าย รวมถึงเชื่อมกับระบบ custody, payment และฐานข้อมูลเดิมขององค์กร
4. User Experience ที่ลดความซับซ้อนของ Blockchain
การใช้งานในวงกว้างจะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องคำนึงถึง wallet, gas fee หรือขั้นตอนทางเทคนิคทั้งหมด ระบบ Tokenization จึงต้องถูกออกแบบให้ใช้งานได้ใกล้เคียงกับประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั่วไปที่ผู้ใช้มีความคุ้นเคยจากประสบการณ์การใช้งาน
ข่าวของ DTCC แสดงให้เห็นว่า Tokenization ไม่ได้อยู่ในช่วงที่ต้องพิสูจน์อีกต่อไปว่า Blockchain สามารถเป็นตัวแทนของสินทรัพย์ได้หรือไม่
คำถามใหม่คือ Infrastructure แบบใดที่จะสามารถรองรับสินทรัพย์ การกำกับดูแล สภาพคล่อง และธุรกรรมระหว่างสถาบันได้ในระยะยาว
การที่ผู้เล่นอย่าง BlackRock, Vanguard, JPMorgan และ Goldman Sachs เริ่มเข้าร่วมไม่ได้หมายความว่า RWA จะเติบโตเป็นเส้นตรง หรือทุกโครงการจะประสบความสำเร็จ แต่เป็นหลักฐานว่าตลาดทุนกำลังให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้อย่างจริงจัง
สำหรับผู้พัฒนา RWA Infrastructure นี่คือช่วงเวลาที่ต้องเตรียมระบบให้พร้อมก่อนที่ความต้องการใช้งานจริงจะขยายตัวมากขึ้น เพราะเมื่อสินทรัพย์ของสถาบันเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่ระบบ On-chain การแข่งขันจะไม่ได้อยู่ที่ว่าใครพูดถึง Tokenization ก่อน แต่อยู่ที่ว่าใครมี Infrastructure ที่สามารถรองรับการใช้งานจริงได้ตอบโจทย์การใช้งานอย่างครบถ้วน และน่าเชื่อถือที่สุด
Wall Street กำลังเคลื่อนสู่ On-chain แต่สิ่งที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้นได้จริง คือโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมสินทรัพย์ กฎระเบียบ สถาบัน และผู้ใช้งานเข้าด้วยกัน
1. บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลและทำการวิเคราะห์ด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี
2. คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ โปรดศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ท่านยอมรับได้
Experience the magic of Blockchain with SIX Network!

The Real-World Asset, or RWA Tokenization market, is entering another major turning point after DTCC, one of the core infrastructures

Tokenized Equities: the on-chain stock category that grew several times over in a single year In a Real-World Assets

SIX Network Expands Collaboration with ContributionDAO to Strengthen SIX Protocol Through Node Validator Participation SIX Network expands its collaboration with

SIX Network continues to develop RWA infrastructure so that when people talk about RWA, they think of the real-world use

Following the announcement of our partnership with Piggycell, a South Korea-based RWA Infrastructure company in the energy sector, many may

SIX Network ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Piggycell บริษัทจากเกาหลีใต้ที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Real-World Asset สำหรับพลังงานเคลื่อนที่ ภายใต้แนวคิด RWA Infrastructure for Mobile โดย Piggycell นำพลังงานในโลกจริง มาเชื่อมต่อกับระบบ Web3 ผ่าน DePIN
| Cookie | Duration | Description |
|---|---|---|
| cookielawinfo-checkbox-analytics | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Analytics". |
| cookielawinfo-checkbox-functional | 11 months | The cookie is set by GDPR cookie consent to record the user consent for the cookies in the category "Functional". |
| cookielawinfo-checkbox-necessary | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookies is used to store the user consent for the cookies in the category "Necessary". |
| cookielawinfo-checkbox-others | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Other. |
| cookielawinfo-checkbox-performance | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Performance". |
| viewed_cookie_policy | 11 months | The cookie is set by the GDPR Cookie Consent plugin and is used to store whether or not user has consented to the use of cookies. It does not store any personal data. |